ติวสถาปัตย์ ( Architecture )

posted on 24 Jun 2007 01:18 by cheeranan in ART

 

การเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเอ็นทรานซ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

1. เรื่อง องค์ประกอบในการออกแบบ
2. เรื่อง การจัดองค์ประกอบและหลักการออกแบบ
3. เรื่อง ประวัติศาสตร์ศิลป์
4. เรื่อง สถาปัตยกรรมไทย
5. เรื่อง การวาดภาพทิวทัศน์
6. เรื่อง โครงสร้างของอาคาร
7. เรื่อง ทัศนียภาพ
8. เรื่อง Sketch Design
9. เรื่อง Obique & Isometric
10.เรื่อง สัญลักษณ์และเครื่องหมาย
11.เรื่อง การนำเสนอแนวคิดของการออกแบบ

นักเรียนพร้อมรึยังคะ.....งั้นเราไปตะลุยเนื้อหาด้วยกันนะบัดเดี๋ยวนี้.....ชะแว๊บ!

องค์ประกอบของการออกแบบ
( ELEMENT of DESIGN )

เป็นเรื่องที่เป็นพื้นฐานสำหรับนักเรียนและนักออกแบบทุกคน ควรทำความเข้าใจ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการออกแบบได้อย่างถูกวิธีค่ะ องค์ประกอบของการออกแบบประกอบด้วย

1.จุด ( DOT,POINT ) เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของรูปทรง ไม่มีความกว้าง
ความยาว ความสูง
- ใช้บอกตำแหน่ง ( POSITION )
- มีลักษณะมั่นคง ไม่หวั่นไหว ( STATIC )
- ไร้ทิศทาง ( DIRECTIONLESS )
2. เส้น ( LINE ) เกิดจากการนำจุดมาเรียงต่อกันเป็นแนวยาว มีลักษณะเป็น 2 มิติ
ซึ่งจะทำให้เกิดลักษณะพิเศษ คือ
- ทิศทาง( DIRECTION )
- เคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆ ( MOVEMENT )
- มีตำแหน่งที่แน่นอน ( POSITION )
- เปลี่ยนแปลงได้ ( GROWTH )
เส้นต่างกัน จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เช่น
- เส้นตั้ง ( VERTICAL LINE )
ให้ความรู้สึก สง่างาม แข็งแรง
- เส้นนอน ( HORIZONTAL LINE )
ให้ความรู้สึก สงบ ราบเรียบ แน่นอน มั่นคง ปลอดภัย
พักผ่อน ปลอดภัย
- เส้นโค้ง ( CURVE )
ให้ความรู้สึก นุ่มนวล อ่อนไหวและเชื่องช้า
- เส้นเฉียงทแยง ( OBLIQUE )
ให้ความรู้สึก ตื่นเต้น สนุกสนาน ไม่มั่นคง ไม่
ปลอดภัย
อารมณ์และความรู้สึกของเส้น

การใช้เส้นแบบต่างๆ
1. แบบขัดแย้ง
2. แบบต่อเนื่อง
3. แสดงทิศทางในภาพ

3. รูปร่าง - รูปทรง ( SHAPE & FORM )
รูปร่าง เกิดจากการเอาเส้นมาประกอบกันในลักษณะ 2 มิติ โดยแบ่งเป็น....
1. รูปร่างเรขาคณิต ( GEOMETRIC SHAPE ) มีกฏเกณฑ์ตายตัว สามารถ
คำนวณหาพื้นที่ได้ เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม แปดเหลี่ยม วงกลม ฯลฯ
2. รูปร่างอิสระ ( FREEFORM ) มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่มีกฏเกณฑ์
ตายตัว เช่น รูปร่างของสิ่งต่างๆ
รูปทรง เกิดจากการเอาเส้นมาประกอบกันในลักษณะ 3 มิติ ได้แก่
1. รูปทรงสม่ำเสมอ ( REGULAR FORM ) คือด้านแต่ละด้านจะคล้ายกัน
2. รูปทรงอิสระ ( IRREGULAR FORM ) แบ่งเป็น
- รูปทรงแข็ง ( STATIC FORM )
- รูปทรงอ่อน ( DYNAMIC FORM )

4. ระนาบ ( PLANE ) คือเส้นที่ขยายตัวออกไปในทิศทางเดียวกัน จนเกิดเป็นพื้นที่ขึ้น ซึ่ง
จะมีขอบเขตที่แน่นอน ระนาบมีหลายแบบ ได้แก่
- ระนาบพื้น
- ระนาบยกพื้น
- ระนาบลดพื้น
- ระนาบเหนือหัว
- ระนาบผนัง

5. ขนาด - สัดส่วน ( SIZE & PROPORTION )
- ขนาด เป็นการเปรียบเทียบวัตถุโดยใช้หน่วยวัดระยะเป็นเกณฑ์ ซึ่งอาจจะบอกถึงความใหญ่ - เล็กของวัตถุนั้นๆ
- สัดส่วน (PROPOTION)เป็นการเปรียบเทียบขนาดภายในตัวของวัตถุ ขนาดและสัดส่วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ภาพดูน่าสนใจ

ในงานออกแบบ สามารถเอาขนาดและสัดส่วนมาใช้ได้ดังนี้

กลมกลืน ขัดแย้งเคลื่อนไหว
HARMONY CONTRAST DYNAMIC

6.วัสดุและพื้นผิว ( MATERIALS AND TEXTURE )
วัสดุ ( MATERIALS ) คือ วัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการออกแบบ ซึ่งการนำมาใช้
ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับลักษณะงานนั้นๆ ด้วย

พื้นผิว ( TEXTURE ) คือ ลักษณะผิววัสดุ เป็นลักษณะเฉพาะ รับรู้ได้โดยการสัมผัสและการมอง ลักษณะผิวที่ต่างกันจะให้ความหมายและความรู้สึกที่ต่างกันด้วย
- ผิวเรียบมัน ให้ความรู้สึก หรูหรา ละมุนละไม ไม่มั่นคง
- ผิวขรุขระสม่ำเสมอให้ความรู้สึก มั่นคง ปลอดภัย แข็งแรง
- ผิวแบบพรมขนสัตว์ให้ความรู้สึก นุ่ม เบา

7. น้ำหนัก ( TONE )
น้ำหนัก หมายถึง ความเข้ม - จาง,อ่อน - แก่ ที่เกิดขึ้นในภาพ และภาพที่ดูดีควรมีน้ำหนักอ่อนสุด-------เข้มสุด เพื่อให้ภาพเกิดความมืด - สว่าง ดูมีแสงเงา และเกิดมิติในภาพ

การจัดองค์ประกอบ ( COMPOSITION )
1. จุดสนใจในภาพ โดยใช้หลักการเน้น ( Emphasis ) ตำแหน่งที่ใช้วางจุดเด่นในภาพมี 4
จุด คือ

2.ดุลยภาพ คือความสมดุล ที่ไม่ทำให้ภาพหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง

3. เอกภาพ( Unity ) ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มเป็นก้อนเสมอไป ให้มองแล้วเป็นอันหนึ่งอัน
เดียวกัน

หลักการออกแบบ ( PRINCIPLE OF DESIGN )
หลักการออกแบบมีอยู่ด้วยกัน 8 อย่าง คือ
1. ความสมดุล ( BALANCE ) แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่
- สมดุลแบบสองข้างเหมือนกัน ( SYMMETRICAL BALANCE ) คือ การเท่ากันขององค์ประกอบทางซ้ายและขวา สมดุลแบบนี้สามารถสร้างความรู้สึก มั่นคง หนักแน่น เอาจริงเอาจัง เป็นทางการ สงบ เช่น โรงเรียน โบสถ์
- สมดุลแบบสองข้างไม่เหมือนกัน ( ASYMMETRYCAL BALANCE ) คือ การที่ภาพมีองค์ประกอบทางซ้ายและขวาไม่เหมือนกัน แต่ดูภาพรวมแล้วเกิดความสมดุลได้ ความสมดุลแบบนี้ทำให้เกิดความน่าสนใจ
2. เอกภาพ ( UNITY ) คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อาจเป็นสิ่งที่เหมือนกันหรือไม่เหมือนกันก็ได้ นำมาจัดรวมกัน เกิดความกลมกลืนและสอดคล้องกัน สามารถทำให้เกิดความน่าสนใจได้ เอกภาพแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
- Static Unity คือ เอกภาพแบบหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ให้ความรู้สึกมั่นคง เข้มแข็ง

- Dynamic Unity คือ เอกภาพแบบเคลื่อนไหว มักเกิดจากการจัดองค์ประกอบด้วยรูปทรงอิสระ (Free Form ) สร้างความรู้สึกเคลื่อนไหว

วิธีการสร้างเอกภาพ
1. ใช้ เส้น รูปร่าง รูปทรงที่เหมือนกัน คล้ายกัน มาจัดรวมกัน

2. ใช้ เส้น รูปร่าง รูปทรงที่ต่างกัน หรือมีหลายๆ ชนิดมาจัดรวมกัน การสร้างเอกภาพแบบนี้สามารถสร้างความน่าสนใจได้มากกว่าแบบแรก

3. ความกลมกลืน ( HARMONY ) หมายถึง การจัดองค์ประกอบของสิ่งที่คล้ายกัน ใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดความรู้สึก นุ่มนวล กลมกลืน มีความสัมพันธ์ต่อกัน สามารถนำไปสู่ความเป็นเอกภาพได้ มีหลักการจัดอยู่ 3 ลักษณะ ได้แก่
1. HARMONY OF FUNCTION ความกลมกลืนด้านประโยชน์ใช้สอย หมายถึง การนำสิ่งที่มีประโยชน์ใช้สอยคล้ายๆ กันมาไว้ด้วยกัน

2. HARMONY OF SYMBOL ความกลมกลืนกันด้านความหมาย หรือสัญลักษณ์ การนำสิ่งที่สื่อความหมายคล้ายๆ กัน อย่างเดียวกันมาไว้ด้วยกัน

3. HARMONY OF ELEMENT ความกลมกลืนกันทางองค์ประกอบ แบ่งเป็น
- ความกลมกลืนของเส้นและทิศทาง
- ความกลมกลืนของขนาดและสัดส่วน
- ความกลมกลืนของสี
- ความกลมกลืนของพื้นผิว

4. ความขัดแย้ง ( CONTRAST ) หมายถึง การออกแบบให้น่าสนใจ โดยการนำความแตกต่างขององค์ประกอบมาใช้ แต่หากขัดแย้งมากเกินไป อาจทำให้ผลงานขาด "เอกภาพ" ได้ ความขัดแย้งแบ่งออกได้ดังนี้
- ขัดแย้งโดยรูปทรง
- ขัดแย้งโดยขนาดและสัดส่วน
- ขัดแย้งโดยสีและพื้นผิว
- ขัดแย้งโดยเส้นและทิศทาง
วิธีการทำให้เกิดจุดเด่น
1. เน้นโดยการขัดแย้ง ( Contrast ) ของรูปทรง รูปร่าง สัดส่วน พื้นผิว และ
องค์ประกอบอื่นๆ
2. เน้นโดยการจัดกลุ่มที่ต้องการเน้น
3. เน้นโดยการใช้สี
4. เน้นโดยมีเส้นนำสายตา

5. สัดส่วน ( PROPORTION ) คือ ตัวบอกความสวยงามทางสถาปัตยกรรม โดยเป็นความสัมพันธ์ของแต่ละส่วนขององค์ประกอบ แบ่งออกได้ดังนี้
1. สัดส่วนในตัวเอง
2. สัดส่วนที่สัมพันธ์ซึ่งกันและกัน



 


edit @ 2007/07/17 16:03:26
edit @ 2007/07/20 16:17:51

edit @ 20 Jun 2009 21:53:46 by cheeranan

Comment

Comment:

Tweet

Đến với thế giới tuyệt vời trong tai game cu hanh - game đối kháng hay và hấp dẫn hiện nay .Cập nhật những ứng dụng mới nhất trên tai ung dung android cho dế yêu của bạn nhé.Cùng tải pikachu mien phi Nhiều điều thú vị đang chờ đón bạn, hãy chọn cho mình game và ứng dụng mà bạn yêu thích để chơi và cùng cảm nhận nhé.

#92 By tai game pikachu mien phi (113.23.12.127|113.23.12.127) on 2014-02-13 16:55

ติววาดรูป ติวออกแบบ ติวสถาปัตย์

ยังครอบคลุมถึง
พื้นฐานการออกแบบ
ออกแบบภายใน
ออกแบบผลิตภัณฑ์
ออกแบบนิเทศศิลป์

ปิดเทอมนี้เจอกัน
เริ่มกันได้ทุกเมื่อ ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเริ่มเรียนได้
สามารถสร้างผลงานได้มีคุณภาพทุกคนคับ

เน้นการสอนแบบเป็นกันเอง ส่วนตัว เข้าใจง่าย

ตอนนี้สอนอยู่ที่ ม เกษตร บางเขน

น้องคนไหนสนใจก็ปรึกษาได้นะครับ ตลอด 24 ชม.
พี่นัท 0843322419
chusalee@hotmail.com

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://nutdesign.exteen.com/page
สนใจสมัคร ได้เลยนะครับ รีบแอดมาคุยกัน


อ่านต่อ : http://my.dek-d.com/jjada/blog/?blog_id=10125898#ixzz1KRHHa8k4
อยากจะเป็นสถาปนิกครับ

#83 By (125.25.160.50) on 2010-07-31 10:11

ขอตอบทีละคนดีกว่านะจ๊ะ
เฟิร์นนะ...วาดรูปไปง้อเพือนนี่ ต้องเป็นการ์ตูนแล้วล่ะนะ เพราะเราต้องรู้จักเพื่อนเรามากที่สุด หรือจะประดิษฐ์อะไรน่ารัก น่ารัก เกี่ยวกับเพื่อนให้ก็ได้

ตอบแก่ T4N นะคะ
ทำไมเวลาเหลือตั้ง 10 เดือนคะ หรือจะเป็น ม.5 ขึ้น ม.6จ๊ะ...อยากเข้าที่ไหนก็ไปติวที่นั่นซิคะ ลาดกระบังดูว่าข้อสอบจะไม่โหดเท่าที่อื่น นะคะopen-mounthed smile

#80 By อ.แต๊ก (115.87.67.71) on 2010-02-14 23:00

สวัสดีค่ะ อ.แต๊ก
ตอนนี้หนูอยู่ม.6 เเล้ว
หนูอ่ะอยากเข้าสถาปัตย์ม๊ากมาก
เเต่ว่าหนูมีความรู้ขั้นพื้นฐานอยู่นิดหน่อยเอง
ฝีมือก็ไม่ค่อยดี
อาจารย์ว่า