ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (Professor Silpa Bhirasri)
posted on 11 Jul 2006 10:41 by cheeranan in ART
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
Professor Silpa Bhirasri ( Corrado Feroci )
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มีนามเดิมว่า คอร์ราโด เฟโรจี ( Professor Corrado Feroci ) เป็นชาวนครฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435 ณ ตำบล San Giovanni บิดาชื่อ Artudo Feroci และมารดาชื่อ นาง Santina Feroci มีอาชีพค้าขาย เข้าศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2441 ภายหลังจบหลักสูตร 5 ปี จึงเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมอีก 5 ปี จากนั้นจึงเข้าศึกษาด้านศิลปะในโรงเรียนราชวิทยาลัยศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ จบหลักสูตรวิชาช่าง 7 ปี ในขณะที่มีอายุ 23 ปี และได้รับประกาศนียบัตรช่างปั้นช่างเขียน ซึ่งต่อมาได้สอบคัดเลือกรับปริญญาเป็นศาสตราจารย์ มีความรอบรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ วิจารณ์ศิลป์และปรัชญา โดยเฉพาะมีความสามารถทางด้านศิลปะ แขนงประติมากรรมและจิตรกรรม
ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีพระประสงค์จะหาช่างปั้นมาช่วยปฏิบัติราชการเพื่อฝึกฝนให้คนไทยสามารถปั้นรูปได้อย่างแบบตะวันตกและสามารถมีความรู้ถึงเทคนิคต่างๆ ในงานประติมากรรมด้วย จึงได้ติดต่อกับรัฐบาลอิตาลีขอเลือกนักประติมากรที่มีชื่อเสียงเพื่อเข้ามาปฏิบัติราชการกับรัฐบาลไทย ทางรัฐบาลอิตาลีจึงเสนอนายคอร์ราโด เฟโรจีมาพร้อมทั้งคุณวุฒิและผลงาน ซึ่งรัฐบาลไทยก็ยินดีรับเข้าเป็นข้าราชการในตำแหน่งช่างปั้น กรมศิลปากร กระทรวงวัง เมื่อวันที่ 14 มกราคม
พ.ศ.2466 เมื่อย่างเข้า 32 ปี โดยได้รับเงินเดือน เดือนละ 800 บาท ค่าเช่าบ้าน 80 บาท
ต่อมาในปี พ.ศ.2469ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ช่างปั้นหล่อ แผนกศิลปากรสถานแห่งราชบัณฑิตยสภา ได้รับเงินเดือนเดือนละ 900 บาท ต่อมาได้ย้ายมาเป็นช่างปั้น สังกัดอยู่ในกองประณีตศิลปกรรม กรมศิลปากร กระทรวงธรรมการ ท่านได้วางหลักสูตรอบรมกว้างๆ และทำการสอนให้แก่ผู้ที่สนใจในวิชาประติมากรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผู้ได้รับการอบรมรุ่นแรกๆ ส่วนมากสำเร็จการศึกษามาจากโรงเรียนเพาะช่าง ได้แก่ สาย ประติมาปกร,สุข อยู่มั่น,ชิ้น ชื่อประสิทธิ์,สวัสดิ์ ชื่นมะนา และแช่ม แดงชมพู
เมื่อทางราชการเห็นความสำคัญของการศึกษาตามแนวปัจจุบัน จึงได้ขอให้ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้วางหลักสูตรการศึกษาให้มีมาตรฐานเดียวกันกับโรงเรียนศิลปะในยุโรป
ท่านศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้สนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปะโบราณและเป็นผู้บุกเบิกการสร้งสรรค์ศิลปะร่วมสมัย ศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทยมาตลอดเป็นระยะเวลาเกือบ 40 ปี จวชจนท่านได้ถึงแก่กรรมในขณะที่ดำรงตำแหน่ง คณบดี ปฏิมากรคนแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งท่านได้เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านเปรียบเสมือนบิดาของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ผลงานศิลปะของท่านก็เป็นที่รู้จักและกล่าวขานกันอยู่เสมอ ในการสร้างสรรค์งานาศิลปะที่เกี่ยวกับพระราชานุสาวรีย์ อนุสาวรีย์ และผลงานศิลปะอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่
- พระปฐมบรมราชานุสรณ์ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กรุงเทพฯ
- พระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนลุมพินี กรุงเทพฯ
- อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ( คุณหญิงโม ) นครราชสีมา
- อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี
- อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ ธนบุรี
- อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ
และอนุสาวรีย์อื่นๆ อีกหลายแห่ง
พ.ศ. 2502 ศาสตราจารย์ศิลป์ ได้สมรสกับ น.ส.มาลินี เคนนี่ ซึ่งเป็นคนไทยที่มีส่วนช่วยเหลือท่านมากทั้งในชีวิตส่วนตัวและการงาน
พ.ศ. 2505 ท่านได้ร่างโครงการหอศิลป์สมัยใหม่ไว้ให้กับเมืองไทยในอนาคตและได้ถึงแก่กรรมด้วยการผ่าตัดมะเร็งในกระเพาะอาหาร ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ได้รับพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2506 เวลา 17.00 น.
Professor Silpa Bhirasri < Corrado Feroci > was a truly remarkable and unforgetable man fully deserving the sobriquet given him by his adopted land " THE FATHER OF MODERN ART IN THAILAND " He was born in Florence, Italy in 1892 and studied Art attheAcademy of Fine Arts of Florence, After graduating in 1914 he became a professor at the Academy and taught there until 1923 then came to Thailand at the invitation of the Rpyal Siam Government. He was appointed a sculptor of the Royal Fine Arts Department in 1924. He founded the School of Fine Arts < Silpakorn University > in 1943. He was a professor and dean of Faculty of Sculpture from 1943 until his death in 1962. After the World War II Professor Feroci changed his name to SILPA BHIRASRI and because a Thai citizen.
Among his many works of art,some of his best known are his statues of King Buddha Yod Fah < King Rama I >. King Vajiravudh < King Rama VI >. King Taksin Maharaj. Tao Suranaree and Prince Narisaranuwadtiwongse. His writing include many books and articles on ancient and modern art in Thailand as well as on general art history,sesthetic and theory of art. Professor Silpa Bhirasri will be remembered for his devotion and contribution to art in Thailand. He was held in respect, reverence, almost by his students who learned from him something of the discipline at the same time that without the truly human element, the love and passion for life and for people there can be no art. His influence upon Thailand is profound and permanent.
edit @ 2007/09/29 21:22:27
edit @ 14 Oct 2007 00:09:33 by cheeranan
edit @ 5 May 2009 23:17:24 by cheeranan

คิดถึงจารย์จัง คิคิ จากเบสท์ คิคิค ลูกศิษภาพพิมพ์งับบบบ
#1 By -.:* Lovehina*.: on 2006-07-20 21:22