เว็ปนี้สำหรับผู้ที่รักงานโฆษณาโดยเฉพาะค่ะ! http://www.thaiegazine.com

      มนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์อื่นๆ คือ การรู้จักสร้างสรรค์ สร้างความคิด หรือที่เรียกว่า มีสติปัญญา  สามารถแสดงความรู้สึกนึกคิดแห่งตนได้อย่างสร้างสรรค์กว้างไกล โดยมีสื่อนำหลายๆ รูปแบบ เช่น การแสดง การออกท่าทาง การแสดงทางเสียง การสร้างภาพที่เป็นสัญลักษณ์ ตลอดจนการผสมผสานและอาศัยสิ่งแวดล้อมต่างๆ มาประกอบกัน ทำให้เกิดเป็นสิ่งที่มีคุณค่าแก่ชีวิตและสามารถนำมาใช้สอยให้เกิดประโยชน์ตามความเหมาะสมในการดำเนินชีวิต เช่น การแต่งกาย การประดับประดา การตกแต่งที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน อาคาร ร้านค้า ถนนหนทางและสิ่งแวดล้อม  เพื่อให้เกิดความรื่นรมย์ เกิดความสุขทางใจ เป็นการคลายเครียด ซึ่งก่อนที่จะได้สร้างสรรค์ประดิษฐ์ตกแต่งทั้งร่างกายตนเอง และสิ่งแวดล้อมทั้งหลายนั้น จะต้องเริ่มด้วยการออกแบบ ซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจถึงความเป็นมา การพัฒนาทางการออกแบบ หลักของการออกแบบ รวมทั้งหน้าที่ประโยชน์ใช้สอยและความงาม สิ่งดังกล่าวเหล่านี้ รวมเรียกว่า "การสร้างสรรค์ศิลปะ"

                                               ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการออกแบบ 
         
การสร้างความคิดและการแสดงออกของมนุษย์เกี่ยวกับการออกแบบ มีความแตกต่างกันไปตามศักยภาพในกระบวนการคิด และสติปัญญาของแต่ละบุคคล ทั้งนี้จะต้องสร้างสรรค์งานรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นมา ภายใต้แรงบันดาลใจของผู้ออกแบบ โดยจะต้องคำนึงถึงความต้องการ ความสวยงาม ความกลมกลืนของรูปทรง สี รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมที่มีจินตนาการ มีสีสัน สามารถเปลี่ยนแปลง และนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละด้าน เช่น สถาปัตยกรรม การตกแต่ง และงานวิจิตรศิลป์ เป็นต้น แต่โดยพื้นฐานสำคัญแล้ว จะต้องทำให้การออกแบบตกแต่งมีสุนทรียภาพและมีความสอดคล้องลงตัว ซึ่งผู้สร้างสรรค์ผลงานจะต้องเข้าใจถึงหลักการและเกิดความซาบซึ้งต่อผลงานทางศิลปะ หากปราศจากความรู้สึกเหล่านี้ ผลงานทางศิลปะจะมีขึ้นอย่างสมบูรณ์ไม่ได้

ความหมายและความสำคัญของการออกแบบ
           การออกแบบ หมายถึง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อประโยชน์และความงามด้วยการนำทัศนธาตุทางศิลปะและหลักการจัดส่วนประกอบของงานออกแบบมาใช้ รวมไปถึงการปรับปรุงของเดิมที่มีอยู่แล้วดัดแปลงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
           ดังนั้น การสร้างสิ่งใดๆ ก็ตาม สิ่งแรกจะต้องเริ่มด้วย การออกแบบ อาจจะออกแบบโดยการคิด หรือมีความคิดอยู่ในสมอง ซึ่งเป็นแนวคิดของผู้สร้างเพียงคนเดียว และสามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ ซึ่งก็เป็นการออกแบบเหมือนกันแต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์นัก การออกแบบที่ถูกต้องจะต้องสามารถให้มองเห็นแบบ อาจจะเป็นภาพหรือแบบจำลองที่มีขนาดสัดส่วนให้สามารถมองเห็นผลงานที่จะสร้างได้ชัดเจน
           เมื่อวิเคราะห์ถึงความหมายและความสำคัญของการออกแบบแล้ว อาจสรุปสาระสำคัญของการออกแบบว่าจะมีลักษณะดังนี้

๑. ความสามารถในการปรับปรุงผลผลิตหรือผลงานที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่มากขึ้น

๒. โครงสร้างของการออกแบบต้องคำนึงถึง
                 (๑) ต้องสอดคล้องกับประโยชน์และหน้าที่ของการใช้สอย
                 (๒) มีความกลมกลืน มัสัดส่วนที่เหมาะสม มัลักษณะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
                 (๓) มีความงดงามของโครงสร้างกับวัสดุ
                 (๔) มีความเรียบง่าย แข็งแรง เด่นชัด ทั้งนี้ต้องมีจินตนาการในการจัดองค์ประกอบคุณค่า และความมุ่งหมายของการออกแบบ   ๓. ความสามารถในการวางแผนดำเนินการให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดขึ้น ตั้งแต่การเลือกวัสดุตามคุณสมบัติให้สอดคล้องกับรูปแบบตามที่คิดสร้างสรรค์ไว้
๔. การใช้ประสบการณ์ ความชำนาญ และความรู้ การตอบสนองให้แก่ผู้บริโภคในด้านการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และรูปแบบมีความงดงามตามประโยชน์ใช้สอย
๕. เพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผลงานแต่ละยุคสมัยของศิลปะการออกแบบและแสดงศักยภาพความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคนในการออกแบบ

   

แนวคิดในการออกแบบ

          การสร้างสรรค์ผลงานของมนุษย์นั้น มีสิ่งต่างๆ ที่เป็นส่วนเกี่ยวข้องทำให้เกิดแนวคิดในการออกแบบ ซึ่งประกอบด้วยเรื่องดังต่อไปนี้

           ๑. ธรรมชาติ
๒. ประสบการณ์
๓. การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการออกแบบ

หลักการออกแบบ
            
           จุดมุ่งหมายของการออกแบบมุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก แต่ต้องคำนึงถึงความงามควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เกิดความประทับใจ (Form Follow Function) ดังนั้น หลักการที่จะเป็นแนวทางสำหรับการออกแบบเพื่อให้มีคุณค่าทางความงาม จะต้องพิจารณาจากประเด็นต่อไปนี้
            ๑. โครงสร้างทั้งหมด
            ๒. ความเป็นเอกภาพ (Unity)
            ๓
. ความสมดุล (Balance)
            ๔. ความกลมกลืน (Harmony)
            ๕
. การเน้น (Emphasis)
            ๖. ความขัดแย้ง (Contrast)
            ๗. การซ้ำ (Repetition)
            ๘. จังหวะ (Rhythm)
            ๙ สัดส่วน (Proportion)

ประเภทของงานออกแบบ

การออกแบบประยุกต์ศิลป์ (Applied Art) เป็นงานศิลปะที่มุ่งเน้นการนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และยึดเอาประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ
              ๑. การออกแบบตกแต่ง (Decoration Design)
              ๒. การออกแบบพาณิชย์ศิลป์ (Commercial Design)
              ๓. การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design)
              ๔. การออกแบบสื่อสาร (Communication Design)

งานออกแบบสมัยใหม่
              การออกแบบสมัยใหม่ มีลักษณะของการเปลี่ยนแปลงแต่ละช่วงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีการสร้างแนวคิดที่ขัดแย้ง ตรงข้าม จนถึงขั้นลบล้างแนวทางดั้งเดิมที่เคยมีมาในอดีต มีลักษณะเฉพาะตัว มีความประณีตในฝีมือมากขึ้น โดยงานออกแบบสมัยใหม่ได้รับอิทธิพลจาก ๒ ปัจจัย   คือ
              ๑.  การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีการประดิษฐ์คิดค้นอย่างต่อเนื่อง
              ๒. มีการใช้ระบบมาตรฐาน มีแนวทางในการออกแบบรูปทรงภายนอก ที่มีอิสระหลุดพ้นจากรูปแบบดั้งเดิม แสดงออกถึงสภาพสังคมสมัยใหม่และพัฒนาการทางเทคโนโลยียุคใหม่
               การออกแบบสมัยใหม่ มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งสามารถสรุปได้อย่างสังเขป ดังนี้
 ๑. ช่วง พ.ศ. ๒๔๖๓ - พ.ศ. ๒๔๗๓
      ช่วงนี้ได้มีการเสนอลักษณะรูปแบบที่แสดงถึงความบริสุทธ์ของรูปทรงเรขาคณิต ที่ปราศจากการตกแต่งประดับประดา โดยการแยกพื้นผิวแต่ละส่วนของภาพเป็นรูปเรขาคณิต ๒ มิติวางซ้อนกันเป็นจำนวนมาก อันเป็นผลมาจากการตใช้มุมมองหลายๆ ด้าน ใช้หลักความเรียบง่าย บริสุทธิ์ องค์ประกอบทางการออกแบบมีเพียงเส้นตั้ง เส้นนอน สีขาว สีดำ การจัดองค์ประกอบใช้แบบไม่สมดุล เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหว
๒. ช่วง พ.ศ. ๒๔๗๓ - พ.ศ. ๒๔๙๘
     ในระยะนี้งานออกแบบเต็มไปด้วยสีสัน โดยเฉพาะการใช้โลหะผสมและพลาสติกเข้ามาช่วยในการสร้างงานออกแบบใหม่ๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในการสร้างสรรค์งานแนวใหม่
๓. ช่วง พ.ศ. ๒๔๙๘ - พ.ศ. ๒๕๑๘ 
       เป็นระยะสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่สหรัฐอเมริกามีบทบาทมากยิ่งขึ้นต่อภูมิภาคต่างๆของโลก การออกแบบจึงมีความหลากหลาย เพราะการออกแบบเพื่อประโยชน์ใช้สอยอย่างเดียวอย่างในอดีตไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีรูปแบบต่างๆ ให้เลือก และมีการพัฒนาวิธีการออกแบบให้มีลักษณะมุ่งเข้าสู่ปัญหาอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับการจัดการทางธุรกิจ  ซึ่งขยายความรับผิดชอบด้านต่างๆ ที่จะเกิดในอนาคต การออกแบบจึงมักต้องเรียบง่าย บริสุทธิ์ โดยการใช้รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานอย่างตรงไปตรงมา แต่อาจไม่สอดคล้องกับรสนิยมและความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม

๔.ช่วง พ.ศ.๒๕๒๓ - ๒๕๓๒
       ผลงานที่ออกแบบ มีทั้งความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และมีความสวยงาม เต็มไปด้วยจินตนาการและอารมณ์ ดังนั้น ข้อมูลและการสร้างบุคลิกภาพให้แก่ตัวผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญ การแก้ปัญหาโดยการใช้วัสดุที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ เพื่อป้องกันมลภาวะ  จึงเป็นสิ่งสำคัญและมีบทบาทอย่างมากต่อการออกแบบในช่วงนี้                                            
๕. ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๓ - ปัจจุบัน
      แนวทางการออกแบบผสมผสานทั้งเหตุผลและจินตนาการสร้างสรรค์ มีรูปแบบหรือสไตล์ที่หลากหลาย จึงเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อเลือกสินค้าได้ตามความพอใจ โดยเน้นความเป็นอิสระมากขึ้น
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          
                                            สิ่งพิมพ์ ( Graphic )

ศิลปะการพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ( Graphic ) เป็นเรื่องของการส่งข่าวสารทางสายตา ซึ่งมีความสัมพันธ์และมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น ตัวอักษร สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ป้ายโฆษณา โปสเตอร์ หนังสือพิมพ์ หนังสือ สัญญาณจราจร เป็นต้น
ศิลปะแขนงนี้ เรียกว่า " นิเทศศิลป์ "

" การออกแบบสิ่งพิมพ์ หรือ Graphic Design "
คือ การออกแบบเพื่อการเผยแพร่ เป็นงานออกแบบที่มุ่งชักชวน เรียกร้อง หรือเผยแพร่ ผลิตภัณฑ์ บริการ และความคิดต่างๆ ซึ่งเป็นงานในลักษณะการพิมพ์ งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ งานโฆษณา ภาพถ่ายภาพยนตร์ วีดิทัศน์ โทรทัศน์ นิทรรศการ เป็นต้น
การออกแบบสิ่งพิมพ์ เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบสื่อสาร ( Communication Design ) สิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างมาก คือ ผู้ออกแบบจะต้องมีทักษะเกี่ยวกับการทำงาน มีแนวคืดที่ก้าวหน้าทันสมัย ทั้งความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งเทคนิคต่างๆ

หลักการดำเนินงานการออกแบบ
ผู้ออกแบบควรมีหลักการและข้อควรคำนึงถึงก่อนการเริ่มทำงาน เพื่อการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง รัดกุม และวางแผนการดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ตลอดจนสามารถดำเนิน